8 ส.ค. 2555

คุยกับ 'นิว-ชัยพล' กับบทบาทใหม่ใน 'จันดารา'


คอลัมน์ "เทรนดี้" โดย "ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์" คุยกับนักแสดงหนุ่มมาแรง "นิว-ชัยพล" กับบทบาทสุดหวือในภาพยนตร์รีเมค "จันดารา" พร้อมทั้งอัพเดตผลงานปัจจุบันทั้งซิทคอมและละครใหม่...


เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งดาวรุ่งในวงการบันเทิงเวลานี้ สำหรับนักแสดงหนุ่มลูกครึ่ง นิว-ชัยพล พูพาร์ต ที่ผ่านงานต่างๆ ในวงการบันเทิงทั้งละครและภาพยนตร์มาได้สักพักแล้ว และได้รับโอกาสที่ดีในด้านการแสดงกับผลงานชิ้นล่าสุดอย่างภาพยนตร์รีเมค "จันดารา" ผลงานการกำกับของผู้กำกับคุณภาพ หม่อมน้อย-ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล รวมทั้งผลงานละครใหม่ "บ่วงรัก" ทางช่อง 5 และซิทคอม "เป็นข่าว" ทางช่อง 3 คอลัมน์ "เทรนดี้" โดย "ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์" ไม่พลาดคว้าตัวหนุ่มคนนี้มาเปิดใจถึงงานต่างๆ มาฝาก งานนี้แฟนคลับของหนุ่มนิวต้องรีบอ่าน ณ บัดนาวจ้ะ!!
Q : บทบาทในภาพยนตร์ "จันดารา" เป็นยังไงบ้าง?
A : รับบทเป็น "เคน กระทิงทอง" ครับ ในเรื่องจะเป็นลูกหัวหน้าแม่ครัว ซึ่งเราจะแก่กว่าจันปีนึง พอจันเกิดมาแม่ก็เสียไปและพ่อไม่รัก ก็ไม่มีคนเลี้ยงดูจัน แม่ผมที่เป็นหัวหน้าแม่ครัวก็ต้องมาดูแลจัน ผมก็จะมาช่วยไกวเปล ช่วยเลี้ยงจันตั้งแต่เกิด พอโตขึ้นมาก็รักกันเหมือนเป็นเพื่อนพี่ชายน้องชาย และเหมือนเป็นพ่อด้วยเพราะพ่อเขาไม่รัก ในเรื่องเราจะแข็งแรงกว่า ก็ต้องคอยปกป้องเขาด้วย เพราะเขาค่อนข้างอ่อนแอ

Q : ร่วมงานกับหม่อมน้อยกดดันไหม?
A : ก็ไม่กดดันครับ แต่ตื่นเต้นมากกว่า  เพราะเราเรียนแอ็กติ้งกับหม่อมมาสักระยะนึงแล้ว พอได้มาร่วมงานหนังมันตื่นเต้นมากกว่าที่ต้องมารับบทค่อนข้างเยอะมาก ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าหนังหม่อมเป็นหนังที่โปรดักชั่นค่อนข้างใหญ่มาก  แล้วบทก็ค่อนข้างเป็นบทนำด้วย ตั้งแต่เปิดเรื่องมาจนจบเรื่องเราจะอยู่กับโอ้เยอะมาก พอหม่อมให้เราเล่นถามว่าอยากเล่นไหมก็อยากเล่นมาก แต่ว่ากลัวทำไม่ได้ หม่อมก็บอกว่าไม่ต้องกลัว มาซ้อมกันก่อนถ่าย ทำให้คลายความตื่นเต้นลงไปได้ และพอไปถ่ายจริงมันก็ง่ายขึ้นเพราะเราซ้อมก่อนเปิดกล้อง 4-5 เดือนได้ครับ

Q : ได้ร่วมงานกับนักแสดงดังๆ หลายคน เช่น มาริโอ้, พิงกี้ ฯลฯ เป็นไงบ้าง?
A : กับโอ้เรารู้จักกันมาก่อนแล้ว ผมกับโอ้เป็นเพื่อนมาตั้งแต่ตอนแคสโฆษณาด้วยกัน อย่างภาพยนตร์เรื่องอุโมงค์ผาเมืองก็มีโอกาสไปถ่ายทำด้วยนิดหน่อยโดยเล่นเป็นพี่ชายเขา เหมือนรู้จักกันอยู่แล้ว ทำให้คุยถูกคอมากขึ้น แล้วอายุไล่เลี่ยกันคือโอ้อายุมากกว่าปีนึง แล้วเราเป็นเพื่อนกันมาก่อน ทำให้คุยภาษาเดียวกัน พออยู่ในกองไม่มีเพื่อนคุยด้วย ก็จะมีโอ้เป็นเพื่อนคุยตลอดเวลา พออยู่ด้วยกันทุกวันทำให้สนิทมากยิ่งขึ้นครับ ส่วนพี่ๆ นักแสดงคนอื่น เช่น พี่เจี๊ยบ พี่ต๊งเหน่ง เราเคยเจอกันมาก่อนตั้งแต่เรื่องอุโมงค์ผาเมืองมาแล้ว และเคยเจอที่บ้านหม่อม ก็ค่อนข้างสนิทกับพี่เขาอยู่แล้ว แต่กับพี่พิงกี้, พี่หญิง, พี่ตั๊ก จะเจอกันครั้งแรก  แต่เราก็มีการซ้อมที่บ้านหม่อม ทำให้เราสนิทสนมกันมากขึ้น

Q :  นิวเป็นนักแสดงที่เพิ่งเข้าสู่วงการมาไม่นานมาก แต่ได้รับบทค่อนข้างหวือหวา รู้สึกยังไง?
A : ก็ตื่นเต้นมากกว่า ยิ่งเป็นฉากพวกนี้จะค่อนข้างตื่นเต้น แต่พอมีการซ้อมกันก่อน มีการพูดคุยกันเกี่ยวกับบท ทำให้เราคลายความตื่นเต้นไปได้บ้าง ผมมองว่าเป็นศิลปะการแสดง และเป็นสิ่งธรรมชาติของมนุษย์อยู่แล้วที่คนสองคนรักกันจะทำกัน แต่ว่าพอถ่ายจริงเนี่ยมันมีคนในห้อง มันไม่เหมือนกับว่าเราอยู่กับคนรัก มันตื่นเต้นมาก ก็เขินมากครับ แต่หม่อมจะสอนผมว่าการเล่นเนี่ยให้ลืมเรื่องกล้องไปเลย เหมือนเราใช้ชีวิตประจำวัน มันไม่มีใครติดตามเราหรอก เราก็ใช้ชีวิตของเราไป กล้องก็เก็บภาพของเขาไป พอถ่ายจริงเขาก็ให้เราคิดแบบเคนว่าเคนเป็นคนค่อนข้างจะรักสนุกทางด้านนี้ มีความสัมพันธ์กับผู้หญิงหลายคน พอเข้าฉากก็ทำให้เราลืมความตื่นเต้นไปได้ แต่พอคัตก็จะตื่นเต้นอยู่ครับ


Q : หนังเรื่องนี้เคยทำเป็นภาพยนตร์มาก่อนแล้ว คนเอามาเปรียบเทียบกันแน่นอน เรากังวลไหม?
A : ไม่กลัวครับ เพราะผมคิดว่าผมไม่เคยดูครับ แต่เป็นเรื่องที่เคยได้ยินมาเพราะมันค่อนข้างดังมากในสมัยนั้น แต่พอได้ทำหม่อมก็บอกว่าไม่ต้องชมหรอก หม่อมบอกว่าภาพยนตร์แต่ละเรื่อง ไม่ว่าจะรีเมคกี่ครั้งก็เป็นภาพยนตร์เรื่องใหม่อยู่ดี เพราะการที่ผู้กำกับแต่ละคนมาทำ การตีความของแต่ละคนก็ต่างกันอยู่แล้ว การที่หม่อมเอาบทมาเขียนใหม่ก็เป็นการตีความใหม่ กลายเป็นภาพยนตร์ใหม่อีกเรื่องนึง อย่างที่ผมมีความคิดส่วนตัวว่าไม่ว่าผมจะเล่นบทที่คนเคยเล่นมาแล้ว แต่ละคนก็แสดงออกมาไม่เหมือนกันอยู่แล้วครับ เพราะความคิดของแต่ละคนไม่เหมือนกัน คือในตัวละคร 1 ตัว ร้อยเปอร์เซ็นต์ อาจจะเป็นสิ่งที่ผู้กำกับหรือคนเขียนบทตัวละครนี้ขึ้นมา 70-80 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือเป็นตัวของคนที่เข้าไปเล่นมากกว่าที่จะเติมอะไรเข้าไปให้กลายเป็น 100 เปอร์เซ็นต์ที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น และผมคิดว่าผมเล่นบทเคนตอนอายุ 22 ถ้าผมเล่นตอนอายุ 30 ผมก็เล่นอีกแบบนึง ดังนั้นประสบการณ์แต่ละคนที่ผ่านมาในชีวิตมันก็ทำให้การแสดงออกทางสีหน้าและร่างกายมันแตกต่างกันออกไป มันเป็นสิ่งที่ทุกคนเปลี่ยนกันได้อยู่แล้ว ผมเลยไม่ซีเรียสว่าคนจะเอามาเปรียบเทียบกันมากครับ

Q : คาดหวังกับการเล่นหนังเต็มตัวครั้งแรกมากแค่ไหน?
A :  ไม่ได้คาดหวังอะไรเลยครับ คือตื่นเต้นมากกว่าที่ได้รับบทใหญ่ขนาดนี้ ไม่กล้าคาดหวังครับ แต่พอถ่ายทำปฐมบทเสร็จแล้วเป็นที่พอใจของหม่อม ของเสี่ยเจียง ของคนที่ได้ชม หรือมีพี่ๆ ทีมงานหรือนักแสดงที่เล่นด้วยกันได้ชมแล้วบอกว่าเราเล่นดีนะ แค่นี้ผมก็ดีใจแล้วครับ แต่ก็รอเสียงวิจารณ์จากผู้ชม จากพี่ๆ สื่อมวลชนว่าเวลาไปชมจริงๆ แล้วฟีดแบ็กจะเป็นยังไง นี่คือสิ่งที่ผมจะสามารถนำไปพัฒนาต่อได้ครับ

Q : นอกจากงานหนังแล้วยังมีงานแสดงอย่างซิทคอม "เป็นข่าว" ด้วย?
A : ก็ดีครับ สนุกดีออนแอร์มาได้สัก 4-5 เดือนแล้ว ทุกอย่างเริ่มลงตัวมากขึ้น เวลาถ่ายก็ถ่ายเร็วขึ้น เราสนิทสนมกับผู้กำกับ ทีมงาน กับนักแสดงทุกคนมากขึ้น ทำให้การทำงานลื่นไหลมากขึ้นครับ



Q : เห็นว่ามีฉากจูบกับแป้ง-อรจิรา ด้วย  ตอนถ่ายทำตื่นเต้นไหม?
A :  คือซีรีส์เป็นข่าวเป็นซีรีส์ที่เล่นค่อนข้างยาว ถ่ายมาจะครึ่งปีแล้ว ผมกับทีมงานกับนักแสดงก็สนิทกันมากขึ้นแล้ว ยิ่งกับพี่แป้งเนี่ยทุกตอนต้องเข้าฉากต้องเจอกันตลอดเวลา และปีที่แล้วเราไปถ่ายละครเรื่องกุหลาบซาตานที่สวิตเซอร์แลนด์ด้วย ทำให้เราค่อนข้างสนิทเป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว  และรู้จักนิสัยใจคอพอสมควร พอมาเข้าฉากแบบนี้ก็ไม่ตื่นเต้นครับ เป็นพี่น้องกัน  พอเข้าฉากเสร็จก็พูดคุยเป็นปกติครับ

Q : ออนแอร์มาสักพักแล้วฟีดแบ็กกลับมาเป็นยังไงบ้าง?
A : ดีมากเลยครับ ทุกคนจะชอบในตัวท็อป เหมือนเป็นตัวสร้างสีสัน คอยป่วนคอยสร้างเรื่องนู่นนี่ มีแฟนอยู่แล้วก็ไปชอบคนโน้นคนนี้ ไปสร้างข่าวโน่นนี่แล้วบอกว่าไม่เป็นไร ผมเอาอยู่ สบาย แต่พอเอาจริงๆ ก็ทำอะไรไม่ได้ ก็ต้องให้พี่โอม พี่เฟี๊ยต พี่พลอย มาคอยแก้ให้ เป็นสีสันของเรื่อง ทุกคนก็จะสนุก ยิ่งเล่นไปเรื่อยๆ ยิ่งพลิ้วมากขึ้น ก็ดีใจตรงนี้ครับ

Q :  ตอนนี้งานแสดงเริ่มเข้ามา เหมือนเป็นดาวรุ่งที่กำลังมาแรงคนนึง รู้สึกยังไงบ้าง?
A :   ก็ดีใจครับ พอดีผมเพิ่งเรียนจบด้วย เพิ่งรับปริญญาเมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา พอเรียนจบแล้วสามารถมูฟโฟกัสทุกอย่างมาอยู่ที่งานได้ ทำให้ความกังวลที่แต่ก่อนกังวลทั้งเรื่องเรียนและทำงาน พอเรียนจบปุ๊บก็มากังวลเรื่องงานอย่างเดียว ทำให้เราเต็มที่มากขึ้น สามารถทำงานได้เต็มเวลามากขึ้นครับ

Q :  ตอนนี้มีผลงานชิ้นต่อไปที่กำลังคุยกันอยู่ไหม?
A : ตอนนี้เพิ่งเปิดกล้องละครยาวเรื่อง "บ่วงรัก" ไป ก็เริ่มถ่ายทำไปคิวนึงแล้ว แต่ทั้งเรื่องรู้สึกจะถ่ายทำไป 5 คิวแล้วครับ ก็กำลังถ่ายทำอยู่ครับ ส่วนงานภาพยนตร์ก็รอดูอยู่ครับ เพราะเพิ่งเปิดกล้องละครไป เรื่องหนังอาจจะต้องดูเรื่องคิวละครกับซีรีส์เป็นยังไง หนังเรื่องต่อไปจะเป็นยังไง ยังไม่ชัวร์ครับ

Q : งานอื่นๆ ที่อยากทำล่ะมีไหม?
A : ตอนนี้ก็อยากลุยด้านภาพยนตร์นี่แหละครับและก็สลับกับละครบ้าง และก็มีซีรีส์ยาวอยู่แล้ว ตอนนี้ก็กำลังเอ็นจอยในหลายๆ เรื่อง อย่างที่บอกว่าละครกับหนังแต่ละเรื่องมันเปลี่ยนคาแรกเตอร์ไป เปลี่ยนตัวละครไป มันเหมือนเรานับหนึ่งใหม่ตลอดในทุกๆ เรื่อง ทำให้เราเอ็นจอยกับมันอยู่เรื่อยๆ พอมีเรื่องใหม่ก็นับหนึ่งใหม่ มันไม่เหมือนงานประจำที่มั่นคงกว่าและทำอยู่ทุกวัน แต่พอเป็นงานแบบนี้มันเหมือนนับหนึ่งใหม่เรื่อยๆ ความท้าทายความสนุกมันต่างกันครับ

Q : ฝากติดตามผลงานกันหน่อย?
A : อยากฝากภาพยนตร์เรื่องจันดารานะครับ 6 ก.ย.นี้ได้ชมกันในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศแน่นอนครับ และซิทคอมเป็นข่าว ทุกวันพฤหัสบดี 23.15 น. ทางช่อง 3 ครับ



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น